วิเคราะห์ 3 กุนซือว่างงานคนไหนเหมาะกับ เรอัล มาดริด

กลายเป็นเทรนเนอร์ทีมยักษ์ใหญ่ที่เก้าอี้ร้อนที่สุดในตอนนี้ซะแล้ว สำหรับ ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน หลังจากเขาพาทีมออกสตาร์ตฤดูกาล 2019-20 ได้น่าผิดหวัง จากการเก็บแต้มในลีกได้เพียง 8 คะแนน ในช่วง 4 นัดแรก แถมในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ยังแพ้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แบบย่อยยับ 0-3
   ถึงแม้ก่อนเริ่มฤดูกาลนี้ เรอัล จะใช้เงินเสริมทัพไปรวมแล้วราว 305.5 ล้านยูโร (ประมาณ 10,387 ล้านบาท) จนได้นักเตะหลายคนมาร่วมทีม อย่างเช่น เอแด็น อาซาร์, ลูก้า โยวิช และ เอแดร์ มิลิเตา แต่ฟอร์มของทีมกลับยังไม่น่าประทับใจเท่าที่ควร และที่จริงก็ว่ากันว่า ซีดาน กับ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานของทีมก็ผิดใจกันในระดับหนึ่งอยู่แล้ว โดยหนึ่งในนั้นคือประเด็นที่ เปเรซ ไม่ยอมปล่อย แกเร็ธ เบล ออกไป จนทำให้ ซีดาน อดได้งบไปช็อปแข้งใหม่เพิ่ม

 

   แน่นอนว่าถ้าเกิด ซีดาน โดนปลดออกจากตำแหน่งแล้วนั้น มันก็คงเป็นเรื่องยากที่จะไปเอากุนซือของทีมอื่นมาทำงานแทนเขาได้ แต่ที่จริงตอนนี้มันก็มีกุนซือชื่อดังว่างงานเยอะพอตัว โดยเฉพาะ โชเซ่ มูรินโญ่, อาร์แซน เวนเกอร์ และ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี คำถามคือถ้าเกิด เรอัล หันไปจีบ 3 คนนี้จริงๆ ใครที่เหมาะกับทีมมากที่สุด ?

 - เวนเกอร์


    นับตั้งแต่ที่หมดสัญญากับ อาร์เซน่อล หลังจบฤดูกาล 2018-19 เวนเกอร์ ก็ไม่ได้รับงานคุมทีมกับที่ไหนอีกเลย มีเพียงการทำหน้าที่กูรูตามสถานีโทรทัศน์เท่านั้น ซึ่งเจ้าตัวก็บอกเองว่ายังไม่ปิดโอกาสที่จะกลับมาทำงานคุมทีม แม้ว่าจะตกเป็นข่าวเรื่องตำแหน่งผู้บริหารกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เหมือนกันก็ตาม

   อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าจุดเด่นของ เวนเกอร์ คือเรื่องเกมรุกที่เคยทำให้ อาร์เซน่อล เป็นทีมที่เล่นเกมบุกได้ดีที่สุดทีมหนึ่งของทวีปยุโรปในช่วงหนึ่งมาแล้ว และเขาก็น่าจะทำให้เกมรุกของ เรอัล มีศักยภาพที่ยอดเยี่ยมได้แบบสบายๆ เพราะมีทรัพยากรชั้นยอดให้ใช้งานเต็มไปหมด

   นอกจากนี้ เรอัล ชุดนี้ยังมีนักเตะวัยหนุ่มดูมีอนาคตในระดับหนึ่งหลายคนด้วย อย่างเช่น โรดรีโก้ (อายุ 18 ปี), วินิซิอุส จูเนียร์ (อายุ 19 ปี), บราฮิม ดิอาซ (อายุ 20 ปี), มิลิเตา (อายุ 21 ปี), โยวิช (อายุ 21 ปี) เป็นต้น ซึ่ง เวนเกอร์ ก็เป็นที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องการปลุกปั้นดาวรุ่งเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

   อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของ เวนเกอร์ คงจะเป็นเรื่องเกมรับ ซึ่งแนวรับชุดนี้ของ เรอัล ก็น่าเป็นห่วงพอตัว หลังจากไม่เหนียวแน่นมากเท่าไหร่ การที่พวกเขาเสียประตูทั้ง 5 นัดจากทุกรายการในซีซั่นนี้เป็นสิ่งที่พิสูจน์ถึงเรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี

 สรุป 3/5

 - อัลเลกรี


  "ก็แค่รับสืบทอดทีมจาก คอนเต้" เคยเป็นคำเย้ยหยันที่ อัลเลกรี ต้องเจอ ในตอนที่เขาเข้ามากุมบังเหียน ยูเวนตุส ต่อจาก อันโตนิโอ คอนเต้ เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2014 โดยหลายคนบอกว่าต่อให้เขาจะพาทีมคว้าแชมป์มาครองได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันถึงฝีมือของเขา เมื่อพิจารณาถึงเรื่องที่ขุมกำลังของ ยูเวนตุส ในตอนนั้นแข็งแกร่งสุดๆ

 อย่างไรก็ตาม อัลเลกรี ก็แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้แค่นั่งกระดิกเท้าใช้มรดกจาก คอนเต้ ไปวันๆ เพราะเขาสามารถพัฒนาทีมได้อย่างยอดเยี่ยมจนทำให้ ยูเวนตุส ได้แชมป์ลีกครบทั้ง 5 ฤดูกาลที่เจ้าตัวอยู่ในตำแหน่ง แถมยังพาทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อีก 2 ครั้งด้วย ซึ่ง คอนเต้ ไม่เคยพา ยูเวนตุส ไปไกลถึงขั้นนั้นเลย

 จุดเด่นของ อัลเลกรี คือการมีมันสมองด้านแท็กติกที่ยอดเยี่ยม แถมยังทำให้ทีมเล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่ง ตลอดทั้ง 5 ฤดูกาลที่เขาอยู่ในตำแหน่ง ยูเวนตุส ไม่เคยเสียประตูในลีกเกิน 30 ลูกเลย โดยซีซั่นที่ทีมของเขาเสียประตูมากที่สุดคือฤดูกาล 2018-19 หรือก็คือซีซั่นสุดท้ายของเจ้าตัวกับ ยูเวนตุส ที่เสียไป 30 ประตู นอกจากนี้ เปอร์เซ็นต์การพาทีมชนะของเขายังสูงถึง 70.48 เปอร์เซ็นต์

 ถึงกระนั้น ความอันตรายของการเอา อัลเลกรี มาทำงานในถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว คงจะเป็นเรื่องที่ อัลเลกรี ไม่ใช่พวกที่เก่งกาจกับการสร้างสายสัมพันธ์นอกสนามสักเท่าไหร่ ซึ่งนั่นอาจจะเป็นผลเสียต่อทีมได้ โดยเฉพาะกับขุมกำลังของ เรอัล ที่มีชื่อเสียงด้านลบเรื่องอีโก้ภายในทีม

 สรุป 3.5/5

 - มูรินโญ่


   ถึงแม้แฟนบอล เรอัล บางคนจะไม่ชอบขี้หน้า มูรินโญ่ เท่าไหร่ แต่สาวกกลุ่มหนึ่งก็ถูกใจเขาเช่นกัน และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คึอ เปเรซ ชื่นชอบ มูรินโญ่ มากๆ ซึ่งทั้งคู่ก็ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาจนถึงตอนนี้

  เรื่องแท็กติกกับเกมรับไม่ต้องพูดถึง มูรินโญ่ ขึ้นชื่อลือชาในด้านนี้อยู่แล้ว ซึ่งก็อย่างที่บอกไปว่าตอนนี้ เรอัล มีปัญหาเรื่องเกมรับอย่างมาก และการเข้ามาของกุนซือชาวโปรตุกีสก็น่าจะช่วยทำให้เกมรับของ "ราชันชุดขาว" แข็งแกร่งขึ้นเยอะ

  อย่างไรก็ตาม อุปสรรคที่สำคัญมากที่สุดคือ เซร์คิโอ รามอส เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า รามอส กับ มูรินโญ่ ไม่ถูกกันเท่าไหร่ ดังนั้นการเอา มูรินโญ่ ไปเป็นนายใหญ่ของ เรอัล ก็เหมือนกับการเอาระเบิดเวลาเข้ามาสู่ทีม ซึ่งดูแล้วก็่เป็นทางเลือกที่ออกจะเสี่ยงเกินไป

 สรุป 2.5/5